เหตุผล 3 ข้อก่อนควักเงินซื้อ G Suite ถ้าคุณรู้ถือว่าได้เปรียบ

เหตุผล 3 ข้อก่อนควักเงินซื้อ G Suite ถ้าคุณรู้ถือว่าได้เปรียบ

เหตุผล 3 ข้อก่อนควักเงินซื้อ G Suite

ถ้าคุณรู้ถือว่าได้เปรียบ !!

“G Suite” คือ บริการอีกอย่างหนึ่งจาก Google เป็นชุดแอปพลิเคชันที่ใช้สำหรับบริหารจัดการองค์กร

3 ข้อแตกต่างระหว่างซื้อ G Suite กับ Reseller และซื้อตรงกับ Google

ต้องอธิบายการว่าโปรแกรม Partner
ยังแตกออกเป็น Consultation, Technical, Payment, Reseller (ไม่เชี่ยวชาญมากแต่ขายได้ 😄) และอื่น ๆ

(1). ซื้อกับ Partner

คล้าย ๆ ดีแต่เค็ม 55+++
ข้อดีคือ เขา per-implementation ให้
และยังค่อยช่วยเหลือกระบวนการขึ้นระบบ
การย้ายจากระบบเมลปัจจุบัน ไป G Suite

ส่วน Workflow และค่าใช้จ่ายแยกเป็น…

(Before Go Live)

A. ค่า Manday คิดจบใน quotation เดียว
– Configuration
– Migration

(After Go Live)

B. ค่า Support

C. ค่า Training course

D. ค่า Consultation

และ option:

ค่า Managed Service

และที่ต้องจ่ายแน่ ๆ คือค่า Subscription ต่อ Email Account ครับ

(2) ซื้อผ่าน Partner ดียังไง?

ได้ technical support + After-sales ตั้งแต่วันแรกแน่นอนว่าหลังจาก implement ขึ้นระบบเสร็จ หากพบปัญหาคุณสามารถสอบถามขอความช่วยเหลือจาก Partner ได้ผ่านช่องทาง Phone, Email, Line อื่นๆ ได้ทันทีครับ
(ไม่ต้องร้องเพลงรอ…รองทาง Google ตอบ)

(3). ได้จ่ายเงิน เป็นไทยบาท โอนเข้าแบงค์โลดด

(ไม่ต้องจ่ายผ่าน Credit card)

สำหรับองค์กรขนาดใหญ่ ข้อนี้ทางจัดซื้อ (purchasing) และการเงิน (financial) น่าจะถูกใจเพราะสะดวกสบาย วางแผนทำ Budget หรือ Cost breakdownได้ รวมไปถึง Exchange rate

สำหรับคำแนะนำ…
สุดท้ายถ้าอยาก Save cost ก็ Implement ทำเองครับ
แต่ต้องมี knowledge และมี technical skills เกี่ยวกับ Email system เป็นอย่างดี

อ่อ ๆๆ เกือบลืมบอกไปช่วย Save on MS Office License Cost ด้วยน่า และ Save on Meeting Hardware ด้วยคร้าบ

อีกทั้งคุณยังได้ใช้เครื่องมือ Spam filtering ที่ใช้ Machine Learning (ML) ป้องกัน spammers ฟรี ๆฟังก์ชั่นอื่น ๆ
เช่น White List, Black List และ Spam Filtering policy at OU level.

จากประสบการณ์แอดมินเมื่อ 5-6 ปี ก่อน
ทำกับทีม 2 คน จำนวน email account ในระบบ 300+
สุดติ่งครับใช้โปรโตคอล IMAP ลากเมลลงมาแล้วโยนขึ้น G Suite
ผู้ใช้ที่ใช้โปรโตคอล POP3 ก็ให้เค้าจับโยนขึ้น G Suite เอง
แต่ปัจจุบันมีเครื่องไม้เครื่องมือ 3rd บนคลาว์ด มากมายให้ใช้
(ต้องมีเงิน 55++)

แต่…
หากจ่ายไหวได้ Pre-purchase consultation
ก็ซื้อผ่าน Partner เถอะครับ

มีคำถาม…
แล้วถ้าตอนนี้จ่ายผ่าน credit card
ต้องการ switch จ่ายผ่าน local G Suite reseller ทำไง??

คำตอบ…
ต้อง Transfer ไป Partner ครับ
ไม่ยากคลิกแค่ 2-3 ทีเสร็จ

คำถามถัดมา…
แล้วเราจะเลือก G Suite reseller โดยพิจารณาจากอะไร?

ไม่ใช่คำตอบ…แต่เป็นข้อเสนอหน้าแนะจากแอดมิน😄

(1). บริษัทนั้นเป็น SI vendors (System Integration)

(2). บริษัทนั้นเป็น Cloud-based SI vendors

(3). บริษัทนั้นเป็น Official Sellers Google products

(4). และข้อนี้สำคัญสุด Customer Stories
(ไม่ใช่ Portfolio ที่แค่เอา Banner มาปะลงเว็บ)

📣ลากยาวมาซะขนาดนี้ Sponsor เข้ามาได้แล้วครับบบ
555++++ 🙏🙏🙏

จากที่เล่ามาทั้งหมด
ลองจินตนาการดูนะครับ

#บทสุรป:
ใครอ่านมาถึงบรรทัดนี้บ้างครับ
(พิมพ์เม้นท์ sponsor จงมา)
55+++

แต่อย่างไรก็ตามใช่ว่า G Suite จะดีแสนดี
มีฟังก์ชั่นครบทุกอย่างนะครับ

สิ่งที่ไม่มีเลยคือ
G Suite ไม่มีฟังก์การตรวจสอบ email
หรือ Access Control
อาทิเช่น

☑️ Geo Fencing อนุญาต login ผ่าน locations ได้
☑️ Browser restriction อนุญาตเฉพาะ web browser ได้ เช่น เฉพาะ Chrome เท่านั้นใช้ G Suite ได้
☑️ Time restriction จำกัดเวลาการเข้าใช้ G Suite ได้
เช่น 09:00 – 18:00 นอกนั้นไม่ต้องขยันตอบเมล
เราให้คุณไปใช้ชีวิตกับครอบครั้ว
☑️ Device restriction จำกัดอุปกรณ์ที่ไม่ต้องการให้ login ได้ เช่น อนุญาตเฉพาะอุปกรณ์ที่ registered บน corporate portal แล้ว

แต่ข่าวดีก็คือ gap ช่องว่างนี้
สามารถเติมเต็มได้ด้วยโซลูชันจาก 3rd + G Suite ได้อย่างลงตัว
เช่น CloudCodes และ OSecure
ทำให้ไม่ว่าจะเป็นองค์กรขนาดเล็ก กลาง หรือใหญ่
ก็ได้ใช้ระบบ Mail server ที่เป็น Enterprise-grade email ครับ

จบ!

“I have already purchased G Suite through Google by my Credit card” 55++

#SUSEMAN #GSuite #CloudCodes #Openfind

Leave a Reply

Scroll to top
X