fbpx

บันทึกไว้อ่าน: Digital asset ในชื่อเหรียญ Cryptocurrency

คำเตือนสติ: จงลงทุนอย่างระวังเพราะสิ่งที่เราเห็นอาจจะเป็นเพียงยอดของภูเขาน้ำแข็งที่ซ่อนไว้ซึ่งความเสี่ยงมากมายมหาศาลอันไม่มีใครล่วงรู้กลิ่นอายของหายนะก็เป็นได้ครับ

เราสามารถลดความเสี่ยงได้ด้วย “ความรู้” และนี้ก็เป็นเครื่องมือที่ลดความเสี่ยงที่ทรงประสิทธิภาพที่สุดแล้วครับ เว้นแต่ว่าเราไม่รู้ว่า “เราไม่รู้อะไร” นั้นเอง

ทำไม Blockchain ถึงต้องมี concept หรือ consensus protocol อะไรพวกนี้
PoW | PoS | PoA | PoAh ???

ปกติแอดคุ้นเคยแต่ทำ PoC ส่วนจะตัดสินใจซื้อ ไม่ซื้อนั้นอีกเรื่อง 55++ PoW | PoS | PoA | PoAhหรือแนวคิดอัลกอริทึมการออกแบบและการพิสูจน์รูปแบบต่างๆ บน Blockchain

image credit: kpmg

PoW (proof of work)

เป็นแนวคิดอัลกอริทึมพื้นฐานสุดๆ ที่พิสูจน์ว่าทำงานเพื่อแก้สมการคณิตศาสตร์แล้วรับรางวัลไป (ให้เงินคริปโทบิตคอยน์ เรียก reward)ก็คือการพิสูจน์ยืนยันธุรกรรมและสร้างบล็อกใหม่นั้นแหละครับ.

PoS (proof of stake)

แนวคิดอัลกอริทึมที่แตกต่างจากการตรวจสอบธุรกรรม คือไม่ให้รางวัล แต่การสร้างบล็อกใหม่จะถูกกำหนดโดย stake “ความรวยของผู้ถือเหรียญ” นั่นหมายความว่าในระบบของ PoS นั้น มันจะไม่มีรางวัลในการสร้างบล็อกใหม่ ดังนั้นผู้ถือ stake จะได้รับค่าธรรมเนียมแทน.

PoA (Proof of Authority)

เป็น consensus protocol ที่กำหนดเลยว่าใครคือ signer ปลดออก เพิ่มเข้าได้ โดยผู้ที่มีสิทธิ์ POA ที่เด่น ๆ ก็จะมีฝั่ง Stellar กำหนดในคอนฟิกเลยว่าเราจะเชื่อใครกี่ % ส่วนฝั่ง ETH จะมี consensus ชื่อ clique ที่กำหนดใน genesis คอนฟิกว่า ใครคือ signer แล้วให้ signer นั้นไปเพิ่มหรือลด signer อื่นได้ครับ
(อ่านเพิ่มเติม: LINK)

credit image: Stellar Consensus Protocol

Stellar เป็น OpenSource Platform ที่ออกแบบมาสำหรับระบบการเงินโดยเฉพาะ โดยนำ Blockchain เข้ามาช่วยให้การโอนเงินมีค่าใช้จ่ายที่ถูกลง รวดเร็ว และสามารถโอนแบบแลกเปลี่ยนสกุลเงินได้เลยในระบบ เราสามารถสร้างสกุลเงินอะไรขึ้นมาก็ได้ในระบบ (เรียกมันว่า Assets) โดยมีหน่วยเงินกลางที่เรียกว่า Lumens (XLM) ใช้เป็นค่าเงินกลางในการแลกเปลี่ยนเงินสกุลอื่น ๆ ที่มีในระบบอีกที นอกจากนี้ยังรองรับการใช้งาน Smart Contract อีกด้วย

PoAh (proof of authentication)

แนวคิดอัลกอริทึมพิสูจน์ตัวตนแบบหลายปัจจัย

ที่ Blockchain ต้องมี PoW ก็เพราะว่ามันเป็น Decentralized และ Blockchain ก็เป็นเทคโนโลยีที่อยู่เบื้องหลังระบบ Bitcoin อีกทีDecentralized หรือระบบกระจายศูนย์ อย่าง Bitcoin จึงเป็นระบบที่ไม่มีคนกลางคอยยืนยันการโอนเงินใด ๆ ทั้งสิ้นหน้าที่การยืนยันว่าการโอนนั้นส่งไปยังผู้รับได้ในจำนวนที่ถูกต้อง ที่ไม่มีข้อผิดพลาดใด ๆ จึงเป็นหน้าที่ของคนทุกคนที่อยู่ในระบบเอง (Blockchain network)

แต่ปัญหาคือ เรื่อง Scalability คือโอนเงินช้า รับ transaction เป็นพันๆหมื่นๆ ต่อวินาทีไม่ได้ (มัน process ได้ 3-20 transactions เท่านั้น) และนั้นก็เป็นที่มาว่าทำไม Ethereum ถึงทำ hard fork เพื่อให้ระบบบล็อกเชนของ ETH นั้นเปลี่ยนจากระบบ PoW มาเป็น PoS แทนครับ

(แต่ค่า Gas ดันคิดแพงเหลือเกิน!)

ดังนั้นหากพูดออกแนว Technical จ๊าๆBlockchain คือ รูปแบบการเก็บข้อมูลแบบหนึ่งของระบบที่ไม่มีศูนย์กลางแต่เชื่อถือได้แต่หากพูดแบบภาษาบ้าน ๆ ใครก็เข้าใจได้คือBlockchain คือการให้ทุกคนถือเอกสารชุดเดียวกัน เมื่อมีการอัปเดตก็จะอัปเดตด้วยกัน โดยมั่นใจได้ว่าเอกสารเหล่านั้นเชื่อถือได้แน่นอนไม่มีการปลอมแปลงขนาดจับต้องไม่ได้ ยังต้องพิสูจน์กันขนาดนี้เลยเหรอ 55++

สุดท้ายหากจะถามว่า…
การใช้ใช้อัลกอริทึ่มต่าง ๆ น่า ๆ ที่ว่ามาระบบปลอดภัยไหม?ตอบได้เลยว่า ขอถามกลับ…
แล้วเงินคริปโทที่คุณมี กระเป๋าเงินอยู่ที่ใคร?

ถ้า…ธนาคารล่ม ระบบ กยศ. ฐานข้อมูลพังหนี้ที่ค้างอยู่เท่ากับ 0 …
เงินที่ฝากเท่ากับ 0คุณคิดว่ามันเกิดขึ้นได้ไหม?

กระเป๋าเงินบนดิจิทัสก็เช่นกันครับธนาคารเงินถูกเผาไหม้ (ธนบัตร) แต่ธนาคารดิจิทัสเงิน(อาจจะ)ปลิ้วไปกับเจ้าของแพลตฟอร์มนะจ๊ะ (ซิ่งหนี้จากประเทศไหนก็ได้ 55+) ก่อนจะลงทุน Cryptocurrency มีคำแนะนำสั้นๆ ดังนี้

(ความเห็นส่วนตัว)
1. แพลตฟอร์มเขาให้อะไร?
2. ประวัติผู้ก่อตั้ง? สำหรับประวัติ Dev 😄 ยัดไรลง Code
3. มีบริษัทที่จับต้องได้ มีเข้าไปลงทุนไหม?
จาก 3 ข้อที่กล่าวมาก็น่าจะพอมั้งครับ ใครมีความเห็นเพิ่มเติมช่วยคอมเม้นท์ได้เลยนะครับ

แล้วอะไรคือ Consensus mechanism ที่ดีที่สุดสำหรับ Blockchain?

1. อะไรคือวิธีการพื้นฐานหลักหรือกลไกทำฉันทามติ?
2. ต้องใช้กี่โหนดในการตรวจสอบธุรกรรม?
3. โหนดทั้งหมดต้องออนไลน์เพื่อให้ระบบทำงานได้หรือไม่?
4. ใครเป็นเจ้าของโหนดก็ได้? (หรือแค่จ่ายเงิน?)
5. อัลกอริทึมใช้สมมติฐานอะไร ที่เกี่ยวข้องกัลกลไกฉันทามติ?
6. ต้องปฏิบัติตามเงือนไขใดบ้างเพื่อเข้าร่วม-ออกจากแต่ละขั้นตอนของกลไกของฉันทามติ
7. สุดท้าย อะไรคือสิ่งที่ต้องทำหลังจากโหวตลงคะแนนแล้ว
(ฉันทามติ คือ ความเห็นของคนส่วนมากเห็นพ้องต้องกันแล้ว)

DeFi (Decentralized Finance) กับการสร้างรายได้แบบ Leveraged

2021 ปีแห่งการจารึกการพัฒนาสำหรับคริปโต …
อย่างที่ทราบครับ ระบบนิเวศ Binance Smart Chain (BSC) นั้นเติบโตขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลทำให้ความต้องการในการทำ Leveraged Yield Farming นั้นเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว

และด้วยเหตุนี้ Alpha Finance Lab ซึ่งเป็น บริษัทแรกที่สร้างผลิตภัณฑ์การทำ Leveraged Yield Farming จึงได้คว้าโอกาสนี้ในการย้าย Alpha Homora ไปยัง BSC Chain หรือ Binance Smart Chain (BSC) เดิมที Alpha Finance อยู่แค่บน ETH Chain.

1. Liquidity

การเสริมสภาพคล่องระบบแพลตฟอร์มนี้เช่น Binance Liquid Swapเป็นผลิตภัฑณ์ด้านการเงิน DeFe แพลตฟอร์มการจัดหาสภาพคล่องระบบ เราสามารถเป็นผู้เสริมสภาพคล่องสำหรับคู่เหรียญที่ต้องการได้ โดยการเพิ่มสินทรัพย์ (เหรียญของเรา) เข้าไปใน Liquid Asset Pool ครับโดยผู้เสริมสภาพคล่องจะได้รับส่วนแบ่งค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรมนอกเหนือจากดอกเบี้ยจาก Pool ของผู้ใช้ใน Pool (เช่น BNB/BUSD)สำหรับ “การถอนเงินออก” เราสามารถถอนส่วนแบ่งของเราคืนได้ตลอดเวลา เงินเข้า Wallet อัตโนมัติใน 3 วัน

(*หากเราเพิ่มโดยใช้สินทรัพย์เดียวจะมีค่าเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรม)

2. DeFi Leveraged yield farming

ทำฟาร์มเพื่อผลตอบแทน (yield farming) ที่รับอัตราดอกเบี้ยเงินกู้เช่น แพลตฟอร์ม Uniswap หรือ Alpaca Finance ที่ทำบน BSC Chain และ Alpha Homora ที่กำลังกระโดดเข้ามา Binance ecosystem ครับ

3. DeFi Staking

การให้กู้ยืมคริปโต แบบกระจายอำนาจ (DApps) ปัจจุบันนิยมสร้างบนเครือข่าย Ethereum.สรุป: โดยเบื้องต้น Alpha Homora บน BSC Chain จะ support pools ดังนี้. WETH/WBTC (Uniswap). WETH/USDT (Uniswap). WETH/USDC (Uniswap). WETH/DAI (Uniswap). WETH/DPI (IndexCoop)และผลิตภัณฑ์ project แรกของ Alpha Finance ecosystem คือโทเค็น ALPHA ที่จะเปิดตัวทั้งบน Binance Launchpad และ Launchpool ครับ.สุดท้าย ALPHA เป็นทั้ง utility และ governance token และเป็นโปรโตคอลสำหรับ Alpha Homora ครับ

Liquid Swap ต่างจาก Uniswap อย่างไร?

ทั้ง Liquid Swap และ Uniswap ไม่ใช่แพลตฟอร์มการให้ปล่อยกู้/ยืมเหรียญ (เช่น Compound) แต่เป็นแพลตฟอร์มแลกเปลี่ยนเหรียญคริปโต (DEX หรือ Decentralized exchange) และแตกต่างจากเว็ปกระดานเทรดคริปโตนะครับ (Centralized exchange เจ้าของแพลตฟอร์มถือ private key ของกระเป๋าเก็บเหรียญเรานั้นแหละ พร้อมผู้ใช้งานต้องทำ KYC เพื่อสิทธิ์พิเศษอะไรบ้าง อย่างซึ่งผู้เล่นตลาดนี้ก็เช่น Binance, Bittrex ครับ).

แต่ DEX เราจะเลือกใช้แพลตฟอร์มเจ้าไหนในการ swap เหรียญก็ได้ เหมือนเลือกสาขา SuperRich มั้ยน่า 😂 แพลตฟอร์ม DEX ก็เช่น Curve Finance ที่ให้เราสามารถแลกเหรียญได้อย่างรวดเร็ว (เร็วกว่านั้ง BTS ไป SuperRich)

แต่ Liquid Swap เป็นผลิตภัฑณ์ที่ดำเนินการโดย Binance (แน่นอนการเป็นผู้มีส่วนร่วมปรับสภาพคล่องเรามีโอกาสได้ผลตอบแทนสูงว่า Binance Earn อื่น ๆ ครับ) สิ่งที่ตามมาคือพอมีแพลตฟอร์ฒ DEX เจ้าของล้วนแต่สร้าง Governance Token ของตัวเองขึ้นมา เช่น Uniswap ก็มี UNI เป็น ERC-20 ที่ทำงานบนบล็อกเชนของ Ethereum โลกของ decentralized exchange protocols ไม่ได้มีแค่ Uniswap ยังมี 0x, Bancor, Kyber Network, Market และอื่น ๆ รวมไปถึง PancakeSwap และ Cream.Finance

มาเพิ่มผลตอบแทนสูงสุดจากการออมเหรียญ (ทรัพย์สินดิจิทัล) กันครับ

นอกจากการออม, ปล่อยให้กู้ หรือแค่ถือเหรียญ (ในระบบ PoS) ไว้ใน Spot Wallet เราก็ได้รับผลตอบแทนจากการถือครอง(สร้างแรงจูงใจจริงๆ…ไม่ให้เธอไป…นี่เขาจะไม่ถอนออกเลยเหรอ 5++) ดอกเบี้ย 5-8% ต่อปี จากการ Stake BNB

อะไรคือ BNB Vault ?

BNB Vault เป็นผลิตภัฑณ์การลงทุนดิจิทัลจาก Binance ที่รวมเอาผลิตภัณฑ์อย่าง DeFi staking , Flexible Savings, และ Launchpool มารวมเข้าด้วยกัน เพื่อให้เรารับรายได้เพิ่มขึ้น

คือดีแท้ 55++ แอดมินไม่มั่นใจว่ามันคล้าย ๆ กับ การบริหารกองทุนรวมไหม

แล้ว BNB Vault ทำงานอย่างไร?

ตัวอย่าง เช่น เรามี BNB 1,000 BNB แล้วทำฝาก BNB ในผลิตภัณฑ์ Binance Earn ต่าง ๆ อาทิเช่น Flexilble Saving, Staking ใน Launchpool หรือ DeFi Staking

เงินฝากเริ่มต้น 1,000 BNB = 1,000 BNB (Vault)
โดยมี APY (อัตราผลตอบแทนประจำปี) อยู่ที่ 5%-10%
ซึ่งผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ให้ประมาณ 1%
เมื่อเราฝากครบ 1ปี จะมี BNB ประมาณ 1,050 BNB – 1,100 BNB ครับ

จะเห็นว่านี้มันผลกำไรเพิ่มขึ้น 10 เท่า (เมื่อ Staking เหรียญ BNB) อีกอย่างยังได้รับ เช่น airdrops, Launchpad และสิทธิ์ VIP

อีกทั้งเรายังสามารถถอนเหรียญกลับเข้า Wallet ได้ทุกเวลาแต่ถ้าถอนแบบเร่งด่วน เราจะสูญเสียดอกเบี้ยที่เกิดขึ้นในวันนั้น (เฉพาะวันนั้น) และถอนแบบมาตรฐาน (2-3 วัน)

สรุป: ทิ้งเป็นคำถามไว้ให้คิด “เหรียญ” ราคาขึ้นอยู่กับความต้องการของตลาด แล้วอะไรคือ ความโปร่งใส่และประสิทธิด้านราคาเหรียญ เพราะบางเหรียญราคาขึ้น แต่ยังไม่รู้เลยประโยชน์มันเอาไปสร้างมูลค่าอะไรได้!

ในอนาคตความยิ่งใหญ่ของ Decentralized จะขนาดไหน ให้ลองนึกวาดภาพตามแอดมินในวันที่แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ ทำงานบน Decentralized marketplace ประมาณว่าเข้าเยี่ยมชมเว็บร้านค้าออนไลน์ เราสามารถเชื่อมต่อ Connect Wallet จ่ายเงินชำระค่าสินค้าได้ทันที และนี่ก็คือ Decentralized e-commerce platform ครับ.

source:
[1] https://www.stellar.org/papers/stellar-consensus-protocol
[2] https://besu.hyperledger.org/en/stable/Tutorials/Private-Network/Create-Private-Clique-Network/
[3] https://arxiv.org/pdf/2001.07297
[4] https://academy.binance.com/en/articles/what-is-yield-farming-in-decentralized-finance-defi
[5] https://link.springer.com/article/10.1007/s12525-020-00428-1

Scroll to top
X